รายละเอียดโครงการ

                     1. การจัดตั้งหน่วยงานสำหรับทำหน้าที่บริหารจัดการระบบตั๋วร่วมและบริหารจัดการรายได้กลางของระบบตั๋วร่วม (CTC)

                     การจัดตั้งหน่วยงานสำหรับทำหน้าที่บริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และบริหารจัดการรายได้กลางของระบบตั๋วร่วม นับเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาระบบตั๋วร่วมที่ขาดไม่ได้ เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทหน้าที่หลักในระดับปฏิบัติการของระบบตั๋วร่วม โดยเฉพาะการบริหารจัดการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางของระบบตั๋วร่วม การจัดการข้อมูลทั้งข้อมูลการเดินทาง พฤติกรรมการใช้งาน และข้อมูลทางการเงิน เพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ พัฒนาและปรับปรุงระบบให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งการดูแลด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มกลาง ระบบฐานข้อมูล หรือการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
                     การจัดตั้งหน่วยงานสำหรับทำหน้าที่บริหารจัดการระบบตั๋วร่วมและบริหารจัดการรายได้กลางจึงเป็น
การวางรากฐานที่สำคัญสำหรับการพัฒนาระบบตั๋วร่วมของประเทศไทยให้เป็นรูปธรรม หน่วยงานนี้จะเป็นกลไกสำคัญ
ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความซับซ้อนในการจัดการ และได้รับส่วนแบ่งรายได้อย่างเป็นธรรม ส่วนภาครัฐสามารถกำกับดูแล วางแผน และพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะให้ตอบสนองต่อนโยบายและวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน
                     การดำเนินการศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (Central Clearing House : CCH) เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม (CTC) ซึ่งเป็นหน่วยงานระดับปฏิบัติการ โดยศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) ในระบบตั๋วร่วมของการขนส่งสาธารณะ มีบทบาทและหน้าที่ในการเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงและบริหารจัดการธุรกรรมทางการเงินระหว่างผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะหลายราย เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางข้ามระบบขนส่งต่าง ๆ 
ได้อย่างราบรื่นด้วยตั๋วใบเดียวหรืออุปกรณ์เดียว โดยศูนย์บริหารจัดการรายได้กลาง (CCH) ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง
ในการหักบัญชีและชำระเงิน (Clearing and Settlement) สำหรับระบบตั๋วร่วม ซึ่งมีบทบาทสำคัญ ดังนี้
  •  รวบรวมและประมวลผลข้อมูลการเดินทาง
  •  คำนวณค่าโดยสารและหักบัญชี (Clearing)
  •  ชำระเงิน (Settlement)
  •  บริหารจัดการข้อมูลและระบบ
                     2. รูปแบบโครงสร้างองค์กรของสำนักงานโครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม
สำนักงานโครงการบริหารตั๋วร่วม (สตร.) สนข. มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะของประเทศไทยให้ก้าวสู่ยุคใหม่ที่เชื่อมโยงและไร้รอยต่อ การปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของ สตร. ตามร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. .… สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับบทบาทของ สตร. จากหน่วยงานบริหารจัดการไปสู่การเป็นหน่วยงานหลักในการกำกับดูแล กำหนดมาตรฐาน 
และขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านระบบตั๋วร่วมของประเทศ การดำเนินงานของ สตร. ในบริบทใหม่นี้มีความสอดคล้องอย่างลึกซึ้งกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนยุทธศาสตร์ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร ซึ่งล้วนมีเป้าหมายร่วมกันในการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของประเทศให้มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
                     3. ร่างกฎหมายลำดับรองเพื่อรองรับการบริหารจัดการกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม
การจัดทำร่างกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการกำกับดูแลการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม
และกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม (ตามความเร่งด่วน) ดังนี้
                     กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ต้องดำเนินการในระยะเร่งด่วน (9 ฉบับ) ได้แก่ การอนุญาตประกอบกิจการระบบตั๋วร่วม การดำเนินงานและการบริหารงานของกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม และหลักเกณฑ์สนับสนุนการดำเนินการระบบตั๋วร่วมเพื่อให้การให้บริการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
                     กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ต้องดำเนินการในระยะต่อไป (11 ฉบับ) ได้แก่ มาตรการกำกับดูแลในเชิงโครงสร้าง
ของระบบตั๋วร่วม การกำหนดอัตราค่าโดยสาร และมาตรการกำกับดูแลการให้บริการของผู้ประกอบการ
                     กลุ่มที่ 3 กฎหมายลำดับรองที่จะออกในกรณีที่มีความจำเป็นตามเงื่อนไขที่กำหนด (1 ฉบับ) คือ พระราชกฤษฎีกากำหนดบังคับให้การประกอบกิจการขนส่งสาธารณะใดเป็นกิจการที่ต้องใช้ระบบตั๋วร่วม 
                     เป็นกรณีที่ต้องมีการพิจารณาความจำเป็นตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในมาตรา 16 กล่าวคือ เป็นกรณีที่จะต้องดำเนินการเพื่อรักษาการให้บริการระบบตั๋วร่วม หรือเพื่อประโยชน์ในการเสริมสร้างระบบตั๋วร่วมหรือเพื่อป้องกันความเสียหายต่อสาธารณะ
Scroll to Top